Monday, March 18, 2013

เลือกด้วยตัวเอง

... เส้นแบ่งระหว่างผู้ใหญ่ และ เด็ก มันอยู่ตรงไหน ..?
ผมคิดว่ามันอยู่ตรง "การเลือก" และ "ความรับผิดชอบ"
ต่อสิ่งที่ตัวเองเลือกไป

... เด็ก ๆ ไม่ค่อยเลือกอะไร ด้วยตัวเองหรอกครับ เพราะว่ามีผู้ใหญ่เลือกให้ จนโตเป็นผู้ใหญ่ คุณต้องเลือกเอง

... วัยรุ่นเป็นวัยที่อยู่ตรงเส้นแบ่งนั้นพอดีเป๊ะครับ แต่ที่น่าเสียดาย คือ พ่อ แม่ ส่วนใหญ่ไม่สนับสนุนให้ลูกเป็นผู้ใหญ่ ผมไม่แน่ใจว่าท่านหวังในใจให้ลูกท่านเป็นเด็กตลอดชีวิตหรือเปล่า ซึ่งตรงนี้แตกต่างจากสังคมฝรั่งครับ

... เราไม่เคยฝึกให้วัยรุ่นเป็นผู้ใหญ่ ผมไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะเราลืมไปว่าเขาโตแล้วหรือเปล่า (เด็กรุ่นใหม่โตเร็วนะครับ) แต่ผมคิดว่าเหตุผลที่ใช้กันบ่อย (อย่างบริสุทธิ์ใจ)
ก็คือ วัยรุ่นยังเป็นเด็ก รู้จักโลกไม่เท่าผู้ใหญ่ (โลกนี้มันอันตรายมากนะหนู) ดังนั้นเมื่อผู้ใหญ่ รู้จักโลกดีกว่า ผู้ใหญ่จึงน่าจะเลือกแทนวัยรุ่น อย่างน้อยก็ในเรื่องสำคัญต่าง ๆ

... ผมไม่ปฏิเสธว่าผู้ใหญ่รู้จักโลกดีกว่า (ของมันก็แน่อยู่แล้ว ก็คุณอยู่มานานกว่า) แต่ขอแย้งสักนิดว่า นี่ไม่ใช่เหตุผลที่จะทำให้คุณตัดสินใจได้ดีกว่าตัววัยรุ่นเอง

หนึ่ง .. เพราะโลกหมุนเร็วขึ้น ในบางเรื่อง คุณอาจตกยุค
ไปแล้ว

สอง .. โลกมีหลายมุม "มุมมอง" เกิดจากประสบการณ์
ของแต่ละคนดังนั้น การมองโลกของคุณจึงไม่ใช่สัจธรรม
เสมอไป เพราะการมองโลกของคุณจำกัดอยู่ด้วยประสบการณ์อัน (ยาวนานแต่) จำกัดของคุณ ...?

โดย.. ลุงใหญ่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๕๖

Wednesday, February 27, 2013

รู้หน้า .. ไม่รู้ใจ

.. รู้หน้า แต่ ไม่รู้ใจ ..

พึงสังวรณ์ไว้ในใจว่า
วันเวลาผ่านเลยไปไม่ย้อนกลับ
เหมือนสายน้ำระรื่นไหลไปลิบลับ
สิ่งที่กลับแปรผันได้ ใช่ .. หัวใจ

เห็นดวงหน้าใช่ว่าเปนอย่างที่เห็น
สวยงามเด่น .. จะมองเห็นอะไรได้
ยิ่งพราวพริ้ม - ยิ่งอำพรางต่างความนัย
หนึ่งหน้าใคร อาจซ่อนใจได้หลายดวง...?

โดย.. ลุงใหญ่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖







Friday, February 15, 2013

.. ลาวดำเนินทราย ..

ขับร้องโดย .. ครู สุรางค์ ดุริยพันธ์ุ

เนื้อเพลง .. ลาวดำเนินทราย ..

เห็นเวลาดึกนักหนาอยู่แล้วหนอ
จะรีรอร้องเล่นเป็นห่วง
เหมือนเกสรโกสุมทุ่มทุกพวง
จะแรมร่วงโรยราน่าเสียดาย

โอ๋ว่าอกเอ๋ยกรรมอกเอ๋ยจะทำเช่นไร
แม้ไม่มีบ่วงห่วงใยตัวฉันไม่ไปเลยเอย
เป็นกรรมจำพรากจำจากจำไกล
จำจิตจำจัยจากไกลกันเอย

นิจจาเอ๋ยเราเคยสรวลสำรวนเล่น
จะจากไปมิได้เว้นน่าใจหาย
ค่อยอยู่เถิดกัลยาอย่าอันตราย
ขอลาเลื่อนเคลื่อนคลายไปก่อนเอย

โอ้ว่าแสนเสียดาย
เสียดายนักต้องหักใจจร
ใจเอ๋ยจะขาดลงรอนๆ
ด้วยแสนอาวรณ์จริงเอย
หวานใดหนอบ่แม้นน้ำคำ
หวานประจำ หวานอยู่ในน้ำคำเอย


.. แสนสุดซึ้ง และ ใคร่ควรหา ..

.. แสนสุดซึ้ง และ ใคร่ควรหา ..

 ชื่อเพลง … นางครวญ เถา
ผู้แต่ง … ครูมนตรี ตราโมท  (ขยายครบเป็นพลงเถา)
ประเภทเพลง … เถา
ประเภทหน้าทับ … หน้าทับปรบไก่

... บทร้อง …
บทร้องเพลงนางครวญ เถา 

 สามชั้น
โอ้ว่าป่านฉะนี้พระพี่เจ้า จะโศกเศร้ารัญจวนครวญหา
ตั้งแต่พระไปแก้สงสัยมา มิได้พบขนิษฐาในถ้ำทอง
สองชั้น
พระจะแสนเศร้าสร้อยละห้อยไห้ หฤทัยทุกข์ทนหม่นหมอง
จะดั้นด้นค้นคว้าเที่ยวหาน้อง ทุกประเทศเถื่อนท้องพระบุรี
ชั้นเดียว
โอ้ว่าทำไฉนจะได้รู้ ว่าน้องอยู่ประมอตันกรุงศรี
แม้นใครทูลแถลงแจ้งคดี เห็นทีจะตามมาด้วยอาลัย
(จากอิเหนา พระราชนิพนธ์รัชกาลที่ ๒)
โน้ตเพลง … ไม่มี
รูปแบบการบรรเลงที่กำลังรับฟัง … วงเครื่องสายไทย
ข้อมูลเพลง ...
๑. เพลงอัตราจังหวะสามชั้น เป็นเพลงที่มีสำนวนทำนองคู่กับเพลงสุดสงวน สันนิษฐานว่านักดนตรีไม่ทราบนาม แต่งขยายจากเพลงมอญรำดาบสองชั้นหรือเพลงนางรำ ในเพลงตับเรื่องนเรศวรชนช้าง สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ได้ทรงนำเพลงนางครวญสามชั้นมาทรงพระนิพนธ์ให้เป็นเพลงสำเนียงฝรั่ง มีทำนองจังหวะและลีลาแบบตะวันตก เพื่อให้แตรวงบรรเลง ขณะดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จกรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ
๒. เพลงเถา นายมนตรี ตราโมท ได้นำเพลงนางครวญสามชั้นมาแต่งตัดเป็นอัตราสองชั้น และชั้นเดียวครบเป็นเพลงเถา เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๖
นางครวญ เถา
 
 

... ความหมาย เพลงเขมรไทรโยค ...

ความหมาย เพลงเขมรไทรโยค
โดย.. ลุงใหญ่ 16-02-56

คำร้อง : พระราชนิพนธ์ ของ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์
ทำนอง : พระราชนิพนธ์ ของ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์

... เนื้อร้องเพลงเขมรไทรโยค ...

.. บรรยายความ ตามไท้เสด็จยาตร ปยังไทรโยคประพาสพนาสณฑ์
น้องเอย...เจ้าไม่เคยเห็น

ไม้ไร่หลากพันธุ์ คละขึ้นปะปนที่ชายชลเขาชะโงก เป็นโกรกธาร

.. น้ำพุพุ่งซ่าน ไหลมาฉาดฉาน เห็นตระการ มันไหลจ้อกโครม
จ้อกโครม มันดังจ้อก จ้อก จ้อก จ้อก โครม โครม
น้ำใสไหลชวนดูหมู่มัสยา กี่เหล่าหลายว่ายมาก็เห็นโฉม
เอ่ย น้องเอย เจ้าก็ไม่เคยเห็น

.. ยินปักษา ซ้องเสียงเพียงประโคม เมื่อยามเย็นพยัพโพยม ร้องเรียกดัง
เสียงนกยูงทอง มันร้องโด่งดัง หูเราฟัง มันร้องดัง กระโต้งโห่ง
มันดัง ก้อก ก้อก ก้อก ก้อก กระโต้งโฮง

ประวัติ ของบท เพลงเขมรไทรโยค

... บทเพลง "เขมรไทรโยค" เปนผลงานของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์
(พ.ศ. ๒๔๐๖-๒๔๙๐) พระน้องยาเธอในสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕
เพลงนี้ทรงพระนิพนธ์ไว้เมื่อคราวตามเสด็จรัชกาลที่ ๕ ไปตำบลไทรโยค ครั้งที่ ๒
เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๑ ทรงเล่าถึงความงามของป่าเขาลำเนาไพรผ่านบทเพลงอันแสนไพเราะ
ให้ผู้รับฟังได้ซาบซึ้งกับธรรมชาติ ณ ที่นั้น ไม่ว่าจะผ่านมานานแล้วสักเพียงใดแต่
ความไพเราะของเพลงนี่ก็ยังคงอยู่

... ในบรรดาเพลงไทยเดิมที่เป็นอมตะที่สุด ที่มีเนื้อร้องบรรยายถึงสถานที่ท่องเที่ยว
เป็นเพลงแรกของไทย นั่นก็คือ "เพลงเขมรไทรโยค" ซึ่งในวันที่ 20 กันยายน 2555
ที่ผ่านมามีอายุครบ 124 ปี แต่บทเพลงดังกล่าวก็ยังมีความไพเราะสุดแสนจะบรรยาย

... เพลงเขมรไทรโยค ประพันธ์โดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ
เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ ซึ่งได้เคยตามเสด็จประพาสไทรโยค
กับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่โปรดเสด็จ
ประพาสต้นที่เมืองกาญจนบุรีถึง 4 ครั้ง
(ไม่นับรวมที่ตามเสด็จพระราชบิดาเมื่อปี พ.ศ.2408)
ทำให้เกิดบทพระราชนิพนธ์ "ประพาสไทรโยค" ที่ได้ทรงบรรยาย
ถึงการเดินทางมายังน้ำตกไทรโยคที่เมืองกาญจนบุรี

... พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินประพาสต้น
มาเมืองกาญจนบุรีครั้งแรก ในปี พ.ศ.2416 โดยเรือกลไฟทางทะเล
ไปเมืองราชบุรี แล้วเสด็จทางชลมารคไปลงเรือพระที่นั่งที่ท่าสะคร้อ

... เสด็จมายังเมืองกาญจนบุรี ครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ.2420 เสด็จทางชลมารค
ไปตามลำน้ำแควน้อย แล้วเสด็จมาประทับที่เมืองราชบุรีในครั้งนี้ที่สมเด็จฯ
เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ ได้ติดตามมาด้วย ขณะที่มีพระชนมพรรษา
เพียง 14 พรรษา ด้วยทรงมีนิสัยโปรดทางดนตรีปี่พาทย์ ได้นำเอาผืนระนาด
ม้วนใส่เรือไปด้วยเวลามีพระประสงค์จะทรงตี ก็คลี่ผืนระนาดผูกกับกราบเรือ
แทนรางระนาด ไม่ว่าขึ้นพักที่ใดมีเวลาว่างก็ทรงตีระนาดเสมอ
จนสมเด็จพระบรมวงศ์เธอ กรมขุนพิทยาลาภพฤติธาดา
ซึ่งประทับอยู่เรือลำเดียวกัน รับสั่งบ่นว่า "องค์จิตรนี้แหละตีระนาดหนวกหูพิลึก"

... จากการตามเสด็จในครั้งนี้ ได้ชมความงามตามธรรมชาติของเมืองกาญจนบุรี
โดยเฉพาะลำน้ำแควน้อยซึ่งไหลคดเคี้ยวสภาพสองฝั่งลำน้ำมีสภาพเป็นป่า
ที่อุดมสมบูรณ์ มีน้ำที่ใสไหลเย็น มีเกาะแก่ง เรี่ยว โขดหิน ภูเขาที่สลับซับซ้อน
และน้ำตก รวมทั้งสิงสาราสัตว์นานาชนิด โดยเฉพาะนกยูงและนกต่างๆ ส่งเสียง
ร้องก้องป่าในยามวิกล อีกทั้งมีอากาศที่เย็นสบายชื่นใจทำให้ผู้ตามเสด็จประทับใจ
ที่ได้มีโอกาสมาเยือนกาญจนบุรี

... ต่อมาในเดือนกันยายน พ.ศ.2431 สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธุ์วงศ์วรเดช
ผู้บัญชาการกรมยุทธนาธิการ ทรงจัดให้มีการรื่นเริงถวายเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในงานนี้จะมีการบรรเลงเพลงต่อหน้าพระพักตร์
โดยวงดุริยางค์ทหารที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ มีเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ รับทำหน้าที่
อำนวยการเพลงทั้งหมด

... กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ฯ ทราบว่าในปลายปี พ.ศ.2431
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ จะเสด็จประพาสไทรโยคที่กาญจนบุรีอีก
จึงทรงพระนิพนธ์เพลงขึ้นมาใหม่ มีบทร้องเกี่ยวกับสภาพความงามตามธรรมชาติ
ของลำน้ำแควน้อยและน้ำตกไทรโยค ที่พระองค์ได้เคยตามเสด็จ ได้ปรับปรุงทำนอง
จากเพลงเขมรกล่อมลูก มีการใส่เนื้อร้องและดนตรีใหม่ เพลงเขมรกล่อมลูก
เป็นเพลงไทยเดิม เป็นเพลง 2 ชั้น ทรงขยายเป็น 3 ชั้น ปรับปรุงวงมโหรี
โดยเพิ่มซอฝรั่งผสม มีผู้ขับร้องทั้งชายหญิงแต่ยังคงเรียกว่า เพลงเขมรกล่อมลูก
เหมือนเดิมเพลงนี้ได้บรรเลงเป็นครั้งแรกในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา
เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2431 เป็นที่พอพระราชหฤทัยและได้รับความนิยม
จากผู้ที่ได้รับฟังมีความประทับใจมาก จากการที่ได้ฟังเนื้อร้องที่กล่าวถึง
ความงามตามธรรมชาติของน้ำตกไทรโยค ทำให้ข้าราชบริพารในราชสำนัก
ยิ่งเกิดอยากจะตามเสด็จกันมากขึ้น

... ต่อมาเพลงเขมรไทรโยคนี้ ได้รับแก้ไขเปลี่ยนแปลงทำนองจังหวะจาก
ต้นฉบับเดิมหลายครั้ง มีผู้นำไปเป็นเพลงประกอบละครหลายเรื่อง
อาจารย์มนตรี ตราโมช ได้นำไปบันทึกแผ่นเสียงราว ปี พ.ศ.2492
และหลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ได้นำมาดัดแปลงใหม่จนเป็น
เพลงเขมรไทรโยค ที่เราได้รับฟังกันมาจนปัจจุบันนี้นะครับ

โดย.. ลุงใหญ่ 16-02-56
 

แด่ .. วันแห่งความรัก 14- กุมภาพันธ์ 56

แด่.. วันแห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์ 56

ความหมาย " รัก " โดย.. ลุงใหญ่

.. ดูก่อนเจ้ามิ่งมิตร - ผู้ชิดใกล้
อันความรัก - เปนฉันใด จึงใฝ่หา
เปนดาว ดวงเดือนเด่น เปนนภา
เปนดอกหญ้า - ป่าไพร หรือ สายน้ำ

เปนลมหวนป่วนปั่น กระสันคิด
เปนลมพิษ - เพลิงพัดซัดกระหน่ำ
เปนดวงจิต - คิดนึกที่ลึกล้ำ
เปนรอยจูบ - รอยจำที่ฉ่ำหวาน

หรือความรัก - เปนเพียงตักพยับแดด
ที่เผาแผด - วูบวาบ - ซึมซาบผ่าน
เปนความสุขทุก ทุกที่ ฤดีกาล
หรือเปนเพียง - ตำนานเมื่อวานนี้

.. ดูก่อนเจ้ามิ่งมิตร - ผู้ชิดใกล้
ความหมายใด คือ ความรักประจักษ์ชี้
หรือคำตอบ - ที่มอบให้ไร้พาที
เพียงรอยยิ้ม ยิ้มที่มี ... นี่คือรัก ...?

โดย.. ลุงใหญ่ 14-02-56 วันแห่งความรัก

มีไว้ทำไม - ความรัก
ถ้ามีแล้วจักคนรักห่างหาย
มีไว้ทำไมคู่กาย
ถ้ามีแล้วไร้ใจรัก - แบ่งปัน

ปล. ความรักเปนเรื่องที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ
" ชีวิตคู่เราสามารถ สมรส ทางจิตวิญาณได้นะ คือ เปนการแต่งงานทางปัญญา"

จงรู้จักว่ารัก คือ อะไร
จะรู้ว่าหัวใจ ใคร่สดับ
รัก คือ รัก ประจักษ์ ได้เมื่อ ได้รับ
ตื่น และ หลับ รับ และ รุก ทุกข์ - สุข มี

รักออกแบบไม่ได้ แต่ ความรักแท้นั้น "ตื่นรู้อยู่ด้วยรัก" มี 4 ระดับ คือ
1. รักตัว - กลัวตาย
2. รักใคร่ - ปรารถนา
3. รักเมตตา - อารีย์
4. รักนี้ - มีแต่ให้

ความหมาย: รักตัวกลัวตาย คือ เปนความรักขั้นพื้นฐานที่สุดของสิ่งที่มีชีวิตทั้งหมดของความรัก







Wednesday, February 13, 2013

ไม่รัก .. ไม่รู้

แด่ ..  ทุกคู่รัก วัันแห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์ 2556 ..


โอ รักเป็นฉันใด .. หวั่นใจเพราะไม่เคยดังว่า

หวั่นไปไยไร้มวลมายา .. เชื่อวาจาไม่รักไม่รู้เลยเธอ ... 

ขอให้ทุก ๆ คู่รัก จงมีความสุขอย่างยิ่ง .. 

โดย.. ลุงใหญ่ 14-02-56