.. เป็นคนไม่ควร ปฏิเสธ คนง่าย ๆ
แต่ควรคล้อยตาม .. เหตุปัจจัย
การทำเช่นนี้ .. จะได้มีโอกาสเรียนรู้
และพัฒนายิ่งขึ้น ..
ปล. " การไม่ปฏิเสธคนง่าย ๆ
ให้โอกาสคนอื่นมากหน่อย
ตัวเองย่อมได้ประโยชน์มากขึ้น"
โดย.. ลุงใหญ่ 26-12-12
Saturday, December 29, 2012
"สุข แล้ว ทุกข์"
เขาจะเป็นเช่นนี้อีกนานแค่ไหน
ทุกข์และสุขปนกันอยู่จนแยกไม่ออก
สุขก็สุขได้ชั่วประเดี๋ยว .. ความจริง
ผ่านเข้ามาแทรกให้ต้องทุกข์อีกแล้ว
ความรู้สึกเช่นนี้มันหมุนวน .. มาล้อ
เล่นกับอารามณ์ของเขาได้อยู่ตลอด
... เวลาสุขและทุกข์...สุขแล้วทุกข์
ทุกข์และสุขปนกันอยู่จนแยกไม่ออก
สุขก็สุขได้ชั่วประเดี๋ยว .. ความจริง
ผ่านเข้ามาแทรกให้ต้องทุกข์อีกแล้ว
ความรู้สึกเช่นนี้มันหมุนวน .. มาล้อ
เล่นกับอารามณ์ของเขาได้อยู่ตลอด
... เวลาสุขและทุกข์...สุขแล้วทุกข์
ปล. แด่เธอขอให้เธอจงหายไวไว
โดย.. ลุงใหญ่ 24-12-12
โดย.. ลุงใหญ่ 24-12-12
"ขอให้เธอจงหายไวไว"
แด่.. เธอขอให้เธอจงหายไวไว
.. ชีวิตค่อยเคลื่อนไหว
โดยเป็นไปตามกาลเวลา
ตามฝันอันใฝ่หา
ตามเส้นทางแห่งวิถี
.. สายลมกาลเวลา
... เดินทางมาแล้วจากไป
.. สายลมฤดูหนาว
ดอกไม้สาวซึ่งแย้มบาน
อ่อนไหวและอ่อนหวาน
แต่งโลกสวยอยู่หลายสี
.. เธอฝันประการใด
ขอจงได้ดังที่ฝัน ..
ปล. คนโดยมาก ดูรูปมากกว่าดูใจ
นิยมในเครื่องประดับ ประดาภายนอก
มากกว่าสติปัญญาและความสามารถ
ซึ่งเป็นเครื่องประดับที่อยู่ภายใน..?
.. ชีวิตค่อยเคลื่อนไหว
โดยเป็นไปตามกาลเวลา
ตามฝันอันใฝ่หา
ตามเส้นทางแห่งวิถี
.. สายลมกาลเวลา
... เดินทางมาแล้วจากไป
.. สายลมฤดูหนาว
ดอกไม้สาวซึ่งแย้มบาน
อ่อนไหวและอ่อนหวาน
แต่งโลกสวยอยู่หลายสี
.. เธอฝันประการใด
ขอจงได้ดังที่ฝัน ..
ปล. คนโดยมาก ดูรูปมากกว่าดูใจ
นิยมในเครื่องประดับ ประดาภายนอก
มากกว่าสติปัญญาและความสามารถ
ซึ่งเป็นเครื่องประดับที่อยู่ภายใน..?
โดย.. ลุงใหญ่ 24-12-12ดูเพิ่มเติม
"รู้จัก พอ"
ความ " พอ " เป็นเรื่องของใจ
ความคิดที่สมควรฝึกให้เกิดขึ้นเป็นประจำคือ ความคิดว่า " พอ " คิดให้ (รู้จักพอ)
ผู้ที่รู้จักพอ.. จะเป็นผู้ที่มีความสบายใจ
ส่วนผู้ที่ไม่รู้จักพอ.. จะเป็นผู้ร้อนเร่า แสวงหาไม่หยุดยั้ง..ความไม่รู้จักพอ
มีอยู่ได้แ...ม้ในผู้เป็นใหญ่เป็นโต
มั่งมีมหาศาล และความรู้จักพอ
ก็มีได้แม้ใน ผู้ที่ยากจนต่ำต้อย
ทั้งนี้เพราะความพอ เป็นเรื่องของใจ..
ที่ไม่เกี่ยวกับฐานะภายนอก คนที่รวยๆ
ไม่รู้จักพอ ก็เป็นคนจนอยู่ตลอดเวลา
คนที่รู้จักพอก็เป็นคนมั่งมีอยู่ตลอดเวลา
ความคิดที่สมควรฝึกให้เกิดขึ้นเป็นประจำคือ ความคิดว่า " พอ " คิดให้ (รู้จักพอ)
ผู้ที่รู้จักพอ.. จะเป็นผู้ที่มีความสบายใจ
ส่วนผู้ที่ไม่รู้จักพอ.. จะเป็นผู้ร้อนเร่า แสวงหาไม่หยุดยั้ง..ความไม่รู้จักพอ
มีอยู่ได้แ...ม้ในผู้เป็นใหญ่เป็นโต
มั่งมีมหาศาล และความรู้จักพอ
ก็มีได้แม้ใน ผู้ที่ยากจนต่ำต้อย
ทั้งนี้เพราะความพอ เป็นเรื่องของใจ..
ที่ไม่เกี่ยวกับฐานะภายนอก คนที่รวยๆ
ไม่รู้จักพอ ก็เป็นคนจนอยู่ตลอดเวลา
คนที่รู้จักพอก็เป็นคนมั่งมีอยู่ตลอดเวลา
ปล. รู้จักรอ รู้จักพอ รู้จักให้ ชีวิตมีแต่สุข
โดย.. ลุงใหญ่ 20-12-12
โดย.. ลุงใหญ่ 20-12-12
"โลกนี้ เหมือนละคอน"
.. โลกนี้เหมือนละคอนโรงนิด ๆ
คิดว่าเราเป็นละคอนอยู่ทั่วกัน
ต่างคนต่างมีบทรำและทำท่า
ต่าง ๆ นานาเหมือนแสร้งสรร ฯ
.. ทั้งโลกเปรียบเหมือนโรงละคอนใหญ่
ชายหญิงไซร้เปรียบเหมือนตัวละคอนนั่น
... ต่างมียามเข้าออกอยู่เหมือนกัน
คนหนึ่งนั้นย่อมเล่นตัวนานา ฯ
ปล. ตามใจท่าน ใครทำอะไรย่อมรู้แก่ใจ
ถ้าเสียแล้วเปลี่ยนเสียใหม่ก็ยังจะพอได้
ส่วนตัวถ้าเสียไปแล้วจะหาเปลี่ยนได้ยากนัก
ฝากไว้ให้คิดโดย.. ลุงใหญ่ 19-12-12
คิดว่าเราเป็นละคอนอยู่ทั่วกัน
ต่างคนต่างมีบทรำและทำท่า
ต่าง ๆ นานาเหมือนแสร้งสรร ฯ
.. ทั้งโลกเปรียบเหมือนโรงละคอนใหญ่
ชายหญิงไซร้เปรียบเหมือนตัวละคอนนั่น
... ต่างมียามเข้าออกอยู่เหมือนกัน
คนหนึ่งนั้นย่อมเล่นตัวนานา ฯ
ปล. ตามใจท่าน ใครทำอะไรย่อมรู้แก่ใจ
ถ้าเสียแล้วเปลี่ยนเสียใหม่ก็ยังจะพอได้
ส่วนตัวถ้าเสียไปแล้วจะหาเปลี่ยนได้ยากนัก
ฝากไว้ให้คิดโดย.. ลุงใหญ่ 19-12-12
"ความรัก เริ่มที่หัวใจ"
.. เริ่ม - ที่ - หัวใจ ...
ความรัก.. ไม่ต้องการแค่วันเดียว
ความรัก.. ไม่ต้องเกี่ยวกับวันไหน
ความรัก.. ไม่ต้องมีเวลาใด
ความรัก.. ไม่ต้องใช้ให้ใครชี้
ความรัก.. ไม่ต้องมีข้อวิจารณ์
... ความรัก.. ไม่ต้องการ - การกดขี่
ความรัก.. ไม่ต้องให้ใครตราตี
ความรัก.. ไม่ต้องรอข้อพิสูจน์
ความรัก.. ไม่ต้องมีแบบแผน
ความรัก.. ไม่ต้องการสิ่งตอบแทน
ความรัก.. ไม่ต้องพูดตามเหตุผล
ความรัก.. ไม่ต้องย้ำความมีจน
ความรัก.. ไม่ต้องทนที่จะรัก
ความรัก.. ไม่ต้องการความเป็นต่อ
ความรัก.. ไม่ต้องรอขอเหตุผล
ความรัก คือ หัวใจ ให้แก่กัน
ความรัก คือ แสงประจักษ์ในใจเรา
ความรัก คือ นิยายไร้นิยาม
ความรัก คือ ความงานใช่ความเขลา
ความรัก คือ การเฝ้าเข้าใจกัน เข้าใจกัน
ความรัก คือ สำเนียงเสียงสุขสันต์
ความรัก คือ ความฝันอันตราตรู่
ความรัก คือ ศิลปะของหัวใจ
ความรัก คือ สายใยโยงใจอยู่
ความรัก คือ การให้ไม่หมายรู้
ความรัก คือ ใจผู้รู้ค่ารัก
ความรัก คือ ใจผู้รู้ค่ารัก
ปล. ความรักไม่มีที่...ให้คำว่า "กลัว"
แด่..ความรักของรัก..ที่ไม่มีคำบรรยาย
... " ความรัก เริ่มที่หัวใจ "...
โดย.. ลุงใหญ่ 18-12-55
ความรัก.. ไม่ต้องการแค่วันเดียว
ความรัก.. ไม่ต้องเกี่ยวกับวันไหน
ความรัก.. ไม่ต้องมีเวลาใด
ความรัก.. ไม่ต้องใช้ให้ใครชี้
ความรัก.. ไม่ต้องมีข้อวิจารณ์
... ความรัก.. ไม่ต้องการ - การกดขี่
ความรัก.. ไม่ต้องให้ใครตราตี
ความรัก.. ไม่ต้องรอข้อพิสูจน์
ความรัก.. ไม่ต้องมีแบบแผน
ความรัก.. ไม่ต้องการสิ่งตอบแทน
ความรัก.. ไม่ต้องพูดตามเหตุผล
ความรัก.. ไม่ต้องย้ำความมีจน
ความรัก.. ไม่ต้องทนที่จะรัก
ความรัก.. ไม่ต้องการความเป็นต่อ
ความรัก.. ไม่ต้องรอขอเหตุผล
ความรัก คือ หัวใจ ให้แก่กัน
ความรัก คือ แสงประจักษ์ในใจเรา
ความรัก คือ นิยายไร้นิยาม
ความรัก คือ ความงานใช่ความเขลา
ความรัก คือ การเฝ้าเข้าใจกัน เข้าใจกัน
ความรัก คือ สำเนียงเสียงสุขสันต์
ความรัก คือ ความฝันอันตราตรู่
ความรัก คือ ศิลปะของหัวใจ
ความรัก คือ สายใยโยงใจอยู่
ความรัก คือ การให้ไม่หมายรู้
ความรัก คือ ใจผู้รู้ค่ารัก
ความรัก คือ ใจผู้รู้ค่ารัก
ปล. ความรักไม่มีที่...ให้คำว่า "กลัว"
แด่..ความรักของรัก..ที่ไม่มีคำบรรยาย
... " ความรัก เริ่มที่หัวใจ "...
โดย.. ลุงใหญ่ 18-12-55
Saturday, December 15, 2012
"ปริศนา หรือ คติธรรม"
ปริศนา หรือ คติธรรม ข้อคิดประโยคสั้น ๆ
ไว้เป็นอนุสติเตือนใจที่ว่า ดังนี้คือ ...?
๑. สี่คนหาม
๒. สามคนแห่
๓. คนเดียวนั่งแคร่
.. หมายความว่า ร่างกายของเราประกอบด้วยธาตุทั้ง ๔ ต้องเป็นไปตามกฎแห่ง ไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อันเป็นปรากฎการณ์ธรรมดาในโลก
.. แล้วในที่สุดมนุษย์เราก็ตายคนเดียว ทิ้งขันธ์ ๕ เอาไว้ แบกเอาอะไรไปด้วย ก็ไม่ได้ ไม่ว่าคนรัก ของรักเว้นไว้ ๒ อย่าง ที่จะติดตามเราไป เหมือนเงาส่งผลแก่ชีวิตเราต่อไปก็คือ "ความดี" และ "ความชั่ว" ที่เราสร้างเอาไว้เอง
.. นอกจากนี้ "ใครจะว่าอย่างไรก็ช่างเขา แต่ขอให้ใจของเราร่มเย็นก็เป็นพอ สร้างความดีไว้มากๆไม่ต้องไปสนใจคนอื่นๆ"
.. หรือว่า "คนเขาด่าเรา อย่าโกรธเขา
ให้คิดว่าเขาเป็นครูของเรา เขานินทาเรา
ให้คิดว่าเขารักเรามากกว่าสนใจตัวเขา
หรือครอบครัวเขาเองอีก"
.. เพราะเขาเอาใจใส่เรื่องของเรา
รู้เรื่องของเรามากกว่าตัวเราเองอีก
เขาเก่ง เขาจึงด่าว่า นินทาสั่งสินเราได้
ยกให้้ขาเป็นครู..?
ฝากไว้ให้คิดเป็น คติธรรม นะครับ...!
๑. สี่คนหาม คือ ร่างกายของคนประกอบไปด้วยธาตุทั้ง ๔ ประการดังนี้
ปฐวีธาตุ คือ ธาตุดิน
อาโปธาตุ คือ ธาตุน้ำ
วาโยธาตุ คือ ธาตุลม
เตโชธาตุ คือ ธาตุไฟ
๒. สามคนแห่ คือ กิเลสที่เกิด ความโลภ ความโกรธ ความหลง
๓. คนเดียวนั่งแคร่ คือ กายของเรา หรือ
จิต ของเรา (รูป กับ นาม)
รูป : เกิดจากการรวมกันของ ดิน น้ำ
ลม ไฟ
นาม : คือ จิต
๔. สองคนพาไป คือ บาปจำพาไปลงนรก และ บุญจะพาไปขึ้นสวรรค์ ...?
... ปริศนา หรือ คติธรรม นี้สอนให้คิดเพื่อ
เตือนจิตตนไว้ ไม่ให้ถลำ ให้มีสติ ระลึกได้
ใส่ใจจำ ถึงพระธรรมคำสอน พระศาสดา..
โดย.. ลุงใหญ่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๕
ไว้เป็นอนุสติเตือนใจที่ว่า ดังนี้คือ ...?
๑. สี่คนหาม
๒. สามคนแห่
๓. คนเดียวนั่งแคร่
๔. สองคนพาไป
.. หมายความว่า ร่างกายของเราประกอบด้วยธาตุทั้ง ๔ ต้องเป็นไปตามกฎแห่ง ไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อันเป็นปรากฎการณ์ธรรมดาในโลก
.. แล้วในที่สุดมนุษย์เราก็ตายคนเดียว ทิ้งขันธ์ ๕ เอาไว้ แบกเอาอะไรไปด้วย ก็ไม่ได้ ไม่ว่าคนรัก ของรักเว้นไว้ ๒ อย่าง ที่จะติดตามเราไป เหมือนเงาส่งผลแก่ชีวิตเราต่อไปก็คือ "ความดี" และ "ความชั่ว" ที่เราสร้างเอาไว้เอง
.. นอกจากนี้ "ใครจะว่าอย่างไรก็ช่างเขา แต่ขอให้ใจของเราร่มเย็นก็เป็นพอ สร้างความดีไว้มากๆไม่ต้องไปสนใจคนอื่นๆ"
.. หรือว่า "คนเขาด่าเรา อย่าโกรธเขา
ให้คิดว่าเขาเป็นครูของเรา เขานินทาเรา
ให้คิดว่าเขารักเรามากกว่าสนใจตัวเขา
หรือครอบครัวเขาเองอีก"
.. เพราะเขาเอาใจใส่เรื่องของเรา
รู้เรื่องของเรามากกว่าตัวเราเองอีก
เขาเก่ง เขาจึงด่าว่า นินทาสั่งสินเราได้
ยกให้้ขาเป็นครู..?
ฝากไว้ให้คิดเป็น คติธรรม นะครับ...!
๑. สี่คนหาม คือ ร่างกายของคนประกอบไปด้วยธาตุทั้ง ๔ ประการดังนี้
ปฐวีธาตุ คือ ธาตุดิน
อาโปธาตุ คือ ธาตุน้ำ
วาโยธาตุ คือ ธาตุลม
เตโชธาตุ คือ ธาตุไฟ
๒. สามคนแห่ คือ กิเลสที่เกิด ความโลภ ความโกรธ ความหลง
๓. คนเดียวนั่งแคร่ คือ กายของเรา หรือ
จิต ของเรา (รูป กับ นาม)
รูป : เกิดจากการรวมกันของ ดิน น้ำ
ลม ไฟ
นาม : คือ จิต
๔. สองคนพาไป คือ บาปจำพาไปลงนรก และ บุญจะพาไปขึ้นสวรรค์ ...?
... ปริศนา หรือ คติธรรม นี้สอนให้คิดเพื่อ
เตือนจิตตนไว้ ไม่ให้ถลำ ให้มีสติ ระลึกได้
ใส่ใจจำ ถึงพระธรรมคำสอน พระศาสดา..
โดย.. ลุงใหญ่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๕
Subscribe to:
Posts (Atom)







