Tuesday, June 16, 2015

สูตร "ขนมจีนซาวน้ำ" โดย..ลุงใหญ่

สูตร "ขนมจีนซาวน้ำ" แจงลอน โดยลุงใหญ่

ขนมจีนซาวน้ำ
ส่วนประกอบ

- ขนมจีน 
- ขิงอ่อนซอย
- กระเทียมกลีบใหญ่ซอยเป็นแว่นบาง ๆ 
- กุ้งแห้งเนื้อ แช่น้ำให้นิ่ม แล้วโขลกให้แหลกจนเนื้อฟู 
- สับปะรดสับ
- เนื้อปลาอินทรีย์ หรือ ปลากราย โขลกละเอียด
- หัวกะทิ 
- เกลือป่น 
- พริกขี้หนูเม็ดเล็ก สีเขียวแดงซอย
- น้ำตาล หรือ น้ำตาลปีบ 
เคี่ยวให้ละลาย 
- น้ำปลาดี 

สิ่งที่ต้องเตรียม : มีดังนี้คือ

มะพร้าว คั้นกะทิด้วยน้ำอุ่น ๆ ขนมจีนซาวน้ำส่วนใหญ่จะใช้แต่หัวกะทิ 

เนื้อปลาอินทรีย์ นำมาโขลกมานวดให้เหนียว แล้วปั้นเป็นก้อนกลม ๆ 
ตั้งหม้อใส่น้ำ พอน้ำเดือด นำเนื้อปลาที่ปั้นลงต้มให้สุก พักไว้ 

ขิงอ่อน และ กระเทียม กลีบใหญ่ ปลอกเปลือก ล้างให้สะอาด 
ขิงอ่อนซอยเป็นเส้นเล็ก ๆ กระเทียมซอยเป็นแว่นบาง ๆ 

พริกขี้หนูสวน หรือ พริกจินดาเขียว และ แดง ซอยหยาบ ๆ

กุ้งแห้งเนื้อ นำมาโขลก หรือ ป่นให้ละเอียดเพื่อให้เนื้อฟู 

น้ำเชื่อม ทำน้ำเชื่อมด้วยการเคี่ยวน้ำตาลปีบ หรือ น้ำตาลทราย 

มะนาว นำมาล้างผิวให้สะอาด แล้วคั้นน้ำ เตรียมไว้ 

สมุนไพรที่จะรับประทานกับขนมจีนซาวน้ำ 

แจงลอน หรือ จอนลอน - คือเนื้อปลาโขลกละเอียด นำมาปั้นเป็นก้อนกลม ๆ ทำให้สุกด้วยวิธีการย่าง หรือ ลวก และ ต้ม หรือทำเป็นงบห่อด้วยใบตองแง้วนำไปย่างก็ได้

เมื่อทุกอย่างพร้อม ลงมือจัดฉาก เตรียมการใหญ่ คือ กินครับ
คนโบราณเค้าก็ช่างคิดนะครับ

ขนมจีนซาวน้ำต้องทานกับแจงลอน
หรือ จอนลอน บรรดาตัวประกอบ ขิงอ่อนซอย กระเทียมซอย กุ้งแห้งป่น 
สูตรของลุงใหญ่จะไม่ใส่น้ำตาลทรายป่นนะครับเป็นเครื่องปรุง
ลุงใหญ่จะเคี่ยวน้ำตาลปีบใส่แทนครับ

วิธีเสริฟ : 

เรียงเส้นขนมจีนในจาน 
ราดทับด้วยสับปะรดสับ, 
กุ้งแห้ง, ขิงซอย, กระเทียมซอย
บีบน้ำมะนาว ใส่น้ำตาลเชื่อม เหยาะน้ำปลา โรยพริกขี้หนู 
ราดหัวกะทิให้โชก ใส่แจงลอน
พริกขี้หนูจะโขลกละเอียด หรือจะซอยหยาบ ๆ อยู่ที่ความชอบ

ขนมจีนซาวน้ำถือเป็นภูมิปัญาไทย ขนมจีนแป้งหมัก และ กะทิที่มีความมัน แต่สามารถหักล้างกันด้วยสมุนไพรต่าง ๆ อาทิ ขิง ช่วยในเรื่องขับไล่ลม รักษาโรคท้องอืดท้องเฟ้อ กระเทียม มีสารต่อต้านมะเร็ง ลดไขมันในเลือด 
ขนมจีนซาวน้ำนิยมรับประทานกันในช่วงหน้าร้อน สับปะรดให้ความสดชื่น 

ปล. ขนมจีนจัดเป็นอาหารไทยตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบแน่ ขนมจีนมีกินกันหลายชาติทั้งไทย เวียดนาม เขมร ลาว พม่า แต่สันนิฐานกันว่าเริ่มต้นมาจากชาวมอญ และขนมจีนก็ได้ถูกหยิบยกมากล่าวถึงในเรื่องเสภาขุนช้าง-ขุนแผน อีกด้วย 

โดย.. ลุงใหญ่
วันอาทิตย์ที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๘
ณ นครศรีธรรมราช

ดูคนรอบข้างฯ

-: ดูคนรอบข้างแล้ว
อย่าลืมย้อนกลับมาดูใจตัวเอง

-: ออกให้ห่างจากใจไปข้างหนึ่ง
จนเข้าถึงอีกข้างความผ่องใส

-: ออกให้ห่างอีกข้างที่กลางใจ
จนเข้าถึงชัดแจ้งในใจตน

ปล. อย่าส่งใจ ... ไปรู้ในสิ่งอื่น
ให้ ดูใจ ของตนเอง ไม่ให้ดูสิ่งอื่นฯ
จนเข้าถึงชัดแจ้งความเป็นใจ

จาก.. ลุงใหญ่
๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๘

ปัญหามีไว้ให้แก้ไข

ปัญหามีไว้ให้เดินเข้ามาแก้ไขมิใช่เดินหนีปัญหา...? 


 -: ไม่มีอะไรที่ร้ายแรงจนแก้ไขไม่ได้

ปัญหาทุกอย่างมีทางออกเสมอ

ความแตกต่างอยู่ที่จะหาทางอย่างไร

ที่จะทำให้ผู้เกี่ยวข้องในทุกด้าน

บาดเจ็บทางอารณ์กันให้น้อยที่สุด.."

ปล. ชีวิตคู่เราสามารถ "สมรถ" 
ทางจิตวิญาณได้นะ คือ 
เป็นการแต่งงานทางปัญญา

จาก.. ลุงใหญ่
16 มิถุนายน 2558

สติ .. เริ่มที่หัวใจ ฯ


" สติ "  เริ่มที่หัวใจ ...ฯ

-: กาย..มีอำนาจปฏิบัติตามที่ใจสั่ง.. 
ใจที่ถูกฝึกดีแล้วผ่านอบรมมาดีแล้ว.. 
ย่อมควรแก่การงานทุกชนิด.. 

-: ทุกอย่างสำเร็จได้..เพราะเริ่มที่หัวใจที่แสดงออกด้วย
การทำ..การพูด..และการคิดฯ

-: เมื่อสติ..ควบคุมใจ.. 
ใจ..ก็จะตกเป็นทาสผู้ซื่อสัตย์ของสติ.. 

-: ตัวสตินี้.. ? 
จะทำหน้าที่คอยควบคุมใจ.. 
ก่อนทำ..ก่อนพูด..ก่อนคิด..ให้ถูกต้องดีงามเสมอ..

ปล.การมี "สติ" จะเปิดโอกาสให้เราเลือกได้ว่าเราอยากมีความสุข หรืออยากจะมีแต่ความทุกข์ และวิตกกังวลฯ

จาก.. ลุงใหญ่
17 มิถุนายน 2558

Wednesday, May 27, 2015

เพียงพอ หรือ พอเพียง ...?

.. รากเหง้าของปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นจากความต้องการของคนไม่เคยเพียงพอ 
หรือ พอเพียง  เพราะคนเรานี้ต้องการความพึงใจ ความพอใจ 

.. ความพอใจ กับ ความพอเพียงนี้ไม่เคยสอดคล้องกัน

.. คำว่า " พอใจ " นั้นไม่มีขีดจำกัด แต่ คำว่า " พอเพียง " นี้ เป็นค่าความหมายในการพอเหมาะ พอควรกับการใช้สอยในวัตถุดิบทั้งหลายต่างๆ โดยคำนึงถึงคุณประโยชน์
อันสำคัญเพื่อดำรงคุณฐานะของการเป็นคนที่ประเสริฐ จึงเรียกว่า ความพอเพียงฯ 

จาก.. ลุงใหญ่
28 พฤษภาคม 2558

Tuesday, January 20, 2015

บทเรียนสอนใจ _ ที่ตายทั้งเป็น

บทเรียนสอนใจ.. ที่ตายทั้งเป็น
เหตุเกิดที่ จังหวัดนครศรีธรรมราชฯ

วันนี้ร่างกายดำรงอยู่ด้วยความเปราะบางอย่างมากที่สุด...?

ขอโทษที่ทำให้เหนื่อยกาย และเหนื่อยใจครับ

ทุกครั้งที่มีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นมาจริงๆนั่นมักจะเป็นสิ่งที่ไม่อาจบรรยายออกมาได้...?

ความสุขจึงเป็นชั่วขณะที่มีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น แล้วเราไม่อาจพูดออกมาได้ว่ากำลังเกิดอะไรอยู่ และอะไรเกิดขึ้นมาก่อนหน้านั้น 

ความชัดเจนเป็นเรื่องของจิตใจ ความสุขเป็นเรื่องขององค์รวม ทุกอย่างที่มีชีวิตอยู่ล้วนสับสนเสมอ มีเพียงสิ่งที่ตายไปแล้วเท่านั้นที่รู้สึกอะไรได้ชัดเจน...?

จงให้สิ่งใหม่ๆ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในชีวิต แล้วตายจากอดีตเรื่อยไปให้ตลอด มันจบสิ้นลงแล้ว ! เมื่อวานก็คือเมื่อวาน และไม่อาจย้อนกลับมาได้ หากเรายึดติดกับอดีต เราจะตายไปพร้อมกับมัน อดีตจะกลายเป็นหลุมฝังศพเราเอง ไม่รู้ว่าเราจะเปิดใจกับสิ่งที่กำลังจะเข้ามาในชีวิตได้มากแค่ไหน หรือแค่มี เท่าที่มีลมหายใจ และความตายทั้งเป็นมันไม่เคยมีชีวิตอยู่จริงๆนะมันก็เท่านั้นเอง ทุกอย่างล้วนเป็นเช่นที่ควรจะเป็น ในชั่วขณะที่เรายอมรับตัวเอง ทุกอย่าง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป


.. ขอให้มีชีวิตอยู่ยังไม่ให้เลย..

ปล่อยฉัน ...ฯ

ปล่อยให้ฉันเป็นอย่างนี้เถอะที่รัก
ปล่อยให้ฉันได้รู้จักความทุกข์เอง
ปล่อยให้ฉันสัมผัสความรำเข็ญ
ปล่อยให้ฉันได้เป็นอย่างฉันเป็น
ปล่อยให้ฉันได้เป็นอย่างฉันเป็น

ปล. บางชีวิต...
ไม่ควรก้าวหน้า
หรือถอยหลัง
แต่ควรเรียนรู้ "นิ่ง" ให้เป็น
เพื่อรอจังหวะเวลาที่เหมาะสม..

โดย.. ลุงใหญ่
๒๐ มกราคม ๒๕๕๘

** เนื้อหาสาระของความคิดนั้น จะผิดถูก ตรง ไม่ตรง ดีไม่ดี อย่างไร ก็เป็นเรื่องของความคิด และขึ้นอยู่ที่ผู้อ่านว่าจะตัดสินอย่างไรด้วย เป็นสิทธิส่วนบุคคล ลุงใหญ่บันทึกไว้เพื่อกันลืมเท่านั้น มิได้ตั้งใจจะสอนอะไรกับใคร ๆ ทั้งสิ้นครับ **

Wednesday, January 7, 2015

"เล่าเฒ่า...ที่รู้" ตามนัยเพลงดนตรีไทย

" เล่าเฒ่า...ที่รู้ " ตามนัยเพลงดนตรีไทย
โดย.. ลุงใหญ่
 ๘ มกราคม ๒๕๕๘

... เจ้าดวงดอกไม้ ...

.. ให้หวั่นหวั่นอาวรณ์ถอนฤกัย
.. จะคลาดแคล้วทรามวัยใจวาบหวาม
.. ดุเหว่าเร่าร้องก้องเขตคาม
.. บอกความจวนแจ้งแสงตะวันฯ