Saturday, December 29, 2012

"วินัย และ กติกา"

" วินัย และ กติกา หรือ กฎเกณฑ์ "

เป็นการจัดตั้ง และ จัดการ ที่เป็นรูปแบบ
เป็นระบบ เป็นติกา เป็นกฎเกณฑ์ เป็นสิ่งที่มนุษย์ชอบบัญัญัติ

หรือ กำหนดวางขึ้นมาเป็นเรื่องของการจัดสภาพแวดล้อม
ทางกายภาย ที่เน้นทางวัตถุ และเป็นเรื่องของสังคม

บัญญัติขึ้นเพื่อจัดสรรสังคมให้ดำรงอยู่ด้วยดี
ในภาวะที่จะเกื้อกูลต่อชีวิตของบุคคลทั้งหลาย ที่มาอยู่รวมกันเป็นสังคมนั้น
เพื่อที่จะให้บุคคลเหล่านั้นมีชีวิตอยู่กับธรรมได้อย่างดีที่สุ
และได้ประโยชน์มากที่สุดจากธรรม หรือ "การปฏิบัติ"..?
 

โดย.. ลุงใหญ่ 16-11-55

" แม่.. ผู้ยิ่งใหญ่ อยู่ในใจลูก.. "

 
" แม่ "
(- ผู้ยิ่งใหญ่ และสวยงามอยู่ในใจลูก ๆ-)

 .. มือแม่นั้นเคยไกวเปล - เคยเห่กล่อม
เปลี่ยนผ้าอ้อม และคอยเช็คน้ำตาให้
หิวก็ป้อน ร้อนก็พัด หยาดละไม
อ้อนก็ไล้ ด้วยรักจนหลับตา
... .. ตาคู่นั้นอาทรอ่อนโยนนัก
ในความรัก - มีแต่ให้และห่วงหา
ให้อภัย - ให้ทั้งหมดตลอดมา
มีแต่กรุณา - ชั่วกาลนาน
 
.. ใจดวงนั้นหนอหนักแน่นนัก
หลั่งรินความรักสวยสะอ้าน
ใจที่สื่อความหมายแห่งสายธาร
เป็นฉะนี้นิรันดร์กาลก็คือ..ใจ
 
.. คือทั้งหมดที่ประะมวลความเป็นแม่
มีรักเป็นกระแสอันหยาดใส
คืออ้อมกอดอันกรุ่นแม้ห่างไกล
หนึ่งเดียวแห่งการให้..ตลอดมา
 
.. ชีพร้อนก็เป็นน้ำอันฉ่ำเย็น
มืดมนก็เป็นแสงอุษา
แม่..เป็นทิพย์อุทกธาร ณ กาลเวลา
เป็นมหาประภาคารแห่งวารวัย
 
.. คิดถึงแม่ อยากจะได้กลับไปกราบ
ไปย้อนภาพ - รักอันนิรันดร์สมัย
ด้วยชีวิต..ที่เดินทางมาคว้างไกล
ไม่พบใครที่รักเราเท่าแม่เลย.. จริง จริง..?
 
ปล.. ลูกขอกราบแม่ที่แม่ได้ให้กำเนิดแก่ลูก
 
โดย.. ลุงใหญ 16-11-55
 
 

"ความตายเป็น.. ทุกข์.. "

มรณัมปิ ทุกขัง.. (-ความตายเป็นทุกข์-)

ทุกข์ : ความไม่สบายกาย และไม่สบายใจ
ทุกข์จาก "ความตาย" คนเรากลัวตายนะ
ก็เลยทุกข์ เคยได้ยินไหม ประโยคหนึ่งจากหนัง หรือจากละครบ่อยๆ ตั้งแต่เรายังเด็กๆ
"ฉันยังไม่อยากตาย.. อย่าทำอะไรฉันเลย"
แสดงว่าทุกคนไม่อยากตาย เพราะยึดติดกับอะไรสักอย่าง เช่น ทรัพย์ สมบัติ .. ฯลฯลูกเมีย.. ยศศักดิ์ มีเงินมากแต่ยังไม่ได้ใช้เท่าไหร่เลย ก็ไม่อยากตาย..!
.. มีตำแหน่งใหญ่โต ก็ไม่อยากตาย เป็นห่วงลูกเมีย.. ก็ไม่อยากตาย ตายแล้วทรัพย์สินสิ่งของ ของเราจะมีใครดูแลหรือ ?
.. ความโลภก็ทำให้ไม่อยากตายนะ เช่นว่า
ยังไม่มีไอ้นั่น ไม่มีไอ้นู่น ฉันยังตายไม่ได้นะ!
 
.. แต่ในคนที่ไม่มีในสิ่งเหล่านี้เลย ทำให้เขาอยากตาย แต่ไม่ยอมตาย เป็นความทุกข์จากความ ( ไม่ ) ตายเหมือนกัน...?
.. และความตายของคนอื่น ๆ ก็ทำให้เราเป็นทุกข์ เพราะเรายอมรับความตายไม่ได้เราไปยึดติดกับอดีต ความเป็นของคนนั้น อย่าว่าแต่คนเลยนะ.. หมาของเราเองตายไป..เรายังเสียใจมากเลย..จริง จริง
.. เราเองก็เคยรู้สึกสำผัส-กับความเฉียดตายนะ จากการปวดท้องอย่างรุนแรง
มันบิดอยู่หลายชั่วโมง มีอาการหน้าซีด
เป็นสีขาวจั๋ว เหงื่อออกทั้งตัวหนาวๆ ร้อน ๆ 
.. ภาพที่เรามองเห็นค่อย ๆ หรี่เล็กลง
รอบๆ มืดดำไปหมด มัมกว้างเหลือแค่รูเล็ก ๆ ไม่ไหวแล้ว เราคิดว่ากำลังจะตายแน่ ๆ.. แต่เราก็รอด ทำให้คิดถึงเพื่อนรุ่น
พี่คนหนึ่งเขาเป็นทหารอากาศ และเป็นครูฝึกการบินด้วย เมื่อ ๑๐ กว่าปีก่อน เราเคยไปนั่งเครื่องบินเล็กไปกับพี่เขา
เรานั่งกันไป ๓ คน พี่เขาขับผาดโผนมาก ๆ เราก็คิดว่าเป็นนักบินนี่จะตายเมื่อไหร่ก็ไม่รู้เรานั่งมาด้วยก็ใช่นะไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไหร่..?
 
.. ต้องเสี่ยงเอา พี่เขาผลัดกันขับกับ
นักบบินลูกศิษย์ที่นั่งข้าง ๆ เราคิด
(ถ้าคนจะตายก็ต้องตาย) ต่อมาพี่เขาก็ตายจริง ๆ แต่ไม่ใช่เป็นการตายจากเครื่องบินตกนะ
.. พี่เขาตายเพราะว่าปวดท้องอย่างรุนแรงและระหว่างนั่งรถไปโรงพยาบาล ก็หัวใจวายตาย..! เพราะฉะนั้น ความตายมันอยู่แค่เอื้อม..จะตายเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ขนาดพี่เขายังหนุ่มยังแน่น พี่เขาก็ยังหนีไม่พ้นความตายเลย .. จริง ๆ (ความตายเป็นของจริง)
ระลึกถึงพี่เสมอนะครับเพื่อเป็น สิ่งเตือนใจ
 
ปล.. แม้ซ่อนกาย สนกลีบเมฆ กลางเวหา
ซ่อนกายา กลางสมุทร สุดวิสัย
จะซ่อนตัว ในหุบเขา ลำเนาไพร..
ณ ถิ่นใด พ้นตาย.. นั้นไม่มี
ถึงรูปงาม ละออลักษณ์ สักเพียงไหน
ที่สุดไซร์ ย่อมเน่าเหม็น เป็นเหยื่อหนอน
ชีวิตนี้.. ไม่ดำรง คงถาวร
ความม้วยมรณ์ เท่านั้น เป็นความจริง
 
... ระลึกถึง ความตาย สบายนัก
มึนหักรัก หักหลง ในสงสาร
บรรเทามืด โมหันธ์ ในสันดาน
ทำให้หาญ หายสะดุ้ง ไม่ยุ่งใจ
 
..ฝากไว้ให้คิด(-จบเรื่อง ทุกข์ ทั้ง ๔ ตอน-)
 
โดย.. ลุงใหญ่ 16-11-55

"ความเจ็บไข้.. เป็นทุกข์.. "

พยาธิปิ ทุกขา.. (-ความเจ็บไข้เป็นทุกข์-)

ทุกข์ : ความไม่สบายกาย และไม่สบายใจ
ทุกข์จาก "ความเจ็บ" คงไม่ต้องอธิบายมากเพราะมันชัด เราป่วยเมื่อไหร่เป็นทุกข์เมื่อนั้น ปวดหัว ปวดท้อง ปวดหลัง ฯลฯ หรือมีดบาด หกล้ม รถชน เราต้องทุกข์ทั้งนั้นถ้าเราอย...ู่กับความเจ็บป่วยได้ ทุกข์นั้นก็จะเบาบางลง มัมมีวิธีอยู่นะ เราเคยทำ ใช้สมาธิกำหนดจิตว่างสบาย ๆ อย่าไปเพ่งตามความเจ็บนั้น .. คุณก็จะคลายลง
อันนี้ต้องลอง ! ปฏิบัติดูถึงจะรู้ว่า..
 
การฝึกสมาธินั้น จะทำให้คุณเกิดปัญญา พิจารณาความเจ็บนั้นได้ เมื่อกายเราเจ็บ
แล้วอย่าปล่อยให้ใจ..เจ็บป่วยไปด้วย เรา
จะยิ่งทรุดลง.." จิตเป็นนาย-กายเป็นบ่าว "
ความเจ็บ-เป็นธรรมดา.. จริงๆของมนุษย์
 
ปล. (-กายเจ็บ ใจอย่าเจ็บ-)
โดย.. ลุงใหญ่ 15-11-55


"ความแก่เป็น.. ทุกข์.."


ชะราปิ ทุกขา.. (-ความแก่เป็น.. ทุกข์-)

ทุกข์ : ความไม่สบายกาย และไม่สบายใจ
ทุกข์จาก " ความแก่ " อันนี้ใช่เลย เห็นได้ง่ายมาก และโดนใจวัยเราเพราะเริ่ม ๆ จะสัมผัสกับความชรากันแล้ว..

 .. ความชราของคนรอบ ๆ ข้างนะ เรายัง
สาวอยู่ ทุก ๆ คนยังไม่อยา...กแก่ แต่ว่ามัน (-ต้องแก่-) ทุก ๆ สิ่งมีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่ิอย ๆ ไม่เคยหยุดนิ่ง..? 

 .. ยิ่งเรายึดถือ " ตัวเรา " เคยเป็นอย่างไรก็อยากให้มันคงสภาพเดิมนั้น ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้จริง ๆ
.. สังขารมันไม่เที่ยงนะ ! ยิ่งเรายึดติดกับอะไรมาก ๆ ก็ยิ่งจะทำให้เป็นทุกข์มากนะ ยึดติดว่าตัวเราต้องสวย ต้องหล่อ ต้องงามหน้าต้องตึง ผมต้องไม่หงอก ถ้าปลดปล่อยความยึดถือได้เมื่อไร..
.. ความทุกข์ของคุณก็จะบรรเทาเบาบางลง
"เวลาย้อนคืนมา..ได้หรือเปล่า"ลองถามตัวเองดู.. ชีวิตของเราต้องดำเนินต่อไปนะ
โดย.. ลุงใหญ่ 8-11-55
 

"ความเกิดเป็น.. ทุกข์.."

ชาติปิ ทุกขา.. (-ความเกิดเป็น.. ทุกข์-)

 ทุกข์ : ความไม่สบายกาย และไม่สบายใจ
ทุกข์จาก " ความเกิด " มนุษย์..เมื่อเกิดมาลืมตาดูโลกครั้งแรก เราก็ร้องไห้ เป็นสัญลักษณ์ของการดิ้นรน ต่อสู้เหน็ดเหนื่อยและทุกข์ทน..

 .. และเมื่อมนุษย์จะหลับตาลาโลกเรา...ก็ร้องไห้อีก เป็นเครื่องมือที่บ่งชี้ถึงความทุกข์จากการพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รัก..นั่นก็คือความโศกเศร้าจากความตายนั่นเอง..?

 .. การเกิดมาจากท้องแม่นั้นมันเป็นทุกข์ตามธรรมชาติอยู่แล้วแต่ "เกิด" ที่มาจากจิตใจเรานี่ซิมันทุกข์ยิ่งกว่า เคยได้ยินไหม เราเองก็เคยพูด (เกิดอยากจะ ......) อะไรสักอย่าง เช่น เกิดอยากจะเป็น ...... ฯลฯ เรามีใจเป็นต้นเหตุของความทุกข์ทั้งปวงเพราะเรามี (ความเกิด) อยู่ตลอดเวลา...?เกิดความยึดติดในยศ เกิดความหลงไหลในวัตถุและเงินทอง และเกิดความบ้าอำนาจเป็นต้น..เฮ้อทั้งหมดนี้มัน ทุกข์ล้วน ๆ ...!
โดย.. ลุงใหญ่ 6-11-55

ชีวิต "เกษมใส"

ชีวิต - เกษม - ใส
... ชีวิตเป็นไปตามกฎ ของวิบากกรรม
ของสิ่งที่มีชีวิตทั้งหลาย บ้างก็ว่ายอยู่ในน้ำ
บ้างก็อยู่ในป่า บ้างก็อยู่ในอากาศ เป็นต้น
... ชีวิตที่หลายหลากเหล่านี้ บางชีวิตก็อยู่ได้ตามลำพัง บางชีวิตก็ต้องอยู่กันเป็นกลุ่มเป็นหมู่ แต่ก็...ยังมีบางชีวิตที่อยู่เป็นกาฝาก
และยังมีอีกบางประเภทที่มีแต่รูป และไร้รูปเช่น พวกโอปปาติกะ พวกภูตผี วิญญาณพวกนี้ก็คือประเภทที่ไร้รูป และมีบางชีวิตที่เคลื่อนไหวได้ กับ บางชีวิตที่ไม่เคลื่ินไหว เช่น ดอกไม้ใบหญ้า โต๊ะ - เก้าอี้ พวกนี้ไม่เคลื่อนไหว

 ... ชีวิต ของความรัก ในโลกนี้เป็นไปเพื่อความอยู่รอดของตนเอง จึงรุกรานชีวิตคนอื่นเพื่อตอบสนองความต้องการของตนเอง เช่น ปลาใหญ่กินปลาเล็ก แต่บางชีวิตกลับใช้กำลังของตนเองไปแลกมาซึ่ง ความสุขของสรรพสัตว์ทั้งหลายนับพันๆ นับหมื่นๆเช่น คนรุ่นปู่ , ย่า , ตา , ยาย , พ่อ , แม่ และคนโบราณที่เป็นวีรชนคนกล้าเป็นต้น!

 ... บางคนที่ยึดถืออำนาจของตน ถึงกับเข้าไปทำร้ายชีวิตคนอื่น ๆ เพื่อตอบสนองตัณหาความพึงพอใจของตนเอง แต่ก็มีบางคนกลับยอมเสียสละความเจริญรุ่งเรืองของตนเองเพื่อผดุงและสร้างความสันติสุขให้  แก่โลกเพื่ออนุชนคนรุ่นหลังอย่างแท้จริง

 ... ชีวิตของคนดี ควรได้รับการอวยพร
จากผู้คนที่ปรารถนาให้เขาจงมีอายุยืน ยาวนาน

 ... ส่วนคนเลว ๆ ย่อมมีแต่ผู้คนด่าสาปแช่งว่าทำไมไม่ไปตายสักที

 ... ชีวิตควรมีสีสัน มีความหมาย มีคุณค่า คุณค่าของชีวิต คือการใช้ชีวิตของตนเอง
ที่ขับเคลื่อนชีวิตที่มากมายสุดประมาณให้โลดแล่นไป และต้องต่อสู้ฟันฝ่าไปให้สิ้นสุด

 " ชีวิต.. เห็นความรุ่งโรจน์จากแสงชั่ววาบ เห็นความจริงจากปกติ "

 .. คุณค่าของชีวิต คือความรัก ..

 .. ความหมายของชีวิต คือ การถนอม ..

 ถ้าคุณถนอมรักมัน คุณไม่ทำร้ายรักมัน
ตามอำเภอใจ คุณให้ความรักอยู่รับใช้ให้นานสักหน่อย ก็เท่ากับเป็นการยืดอายุ
ของความรัก ของตัวคุณเอง
ในธรรมชาติทุกหนทุกแห่งล้วนมีชีวิต ...?

 เช่น โลกทั้ง ๓ อยู่ที่ใจ ธรรมทั้งปวงอยู่ที่วิญญาณ เช่น นาฬิกา บอกเวลา เราใช้ใจ
ใช้ปัญญาสร้างมันขึ้นมา ถ้าไม่มีใจไม่มีสติปัญญาของเรามันจะสำเร็จได้อย่างไร ดังนั้น
ใน นาฬิกา จึงมีชีวิตที่เป็นของเราอยู่ด้วย.!
แม้แต่ต้นไม้คุณคิดว่ามันไม่มีชีวิตหรือ..?
คุณลองชื่นชมมันสิ ดอกไม้ใบหญ้าเหล่านั้นจะสวยสดงดงามยิ่งขึ้น แต่ถ้าคุณดุด่ามัน
ต้นไม้มันก็จะอับเฉาและเศร้าหมองเฉกเช่น
(-ใบไม้ผลิไม่ใช่ฤดูกาล แต่คือภายในชีวิต ไม่ใช่ร่างกาย แต่คือจิตใจ-) เมื่อคุณเอาชีวิตหลอมรวมเข้ากับธรรมชาติ ธรรมชาติในจักรวาลก็จะโลดแล่น เต้นไปเป็นจังหวะเดียวกับหัวใจของคุณฯ คุณลองดูสิว่า..?
"มียามใดบ้างที่ชีวิตขาดความเกษม-ใส"
 
โดย..ลุงใหญ่ 20-11-55